AddToAny Buttons

8  ทางเลือก เมื่อจะขยายธุรกิจ

 

ทุกคนอยากรวยค่ะ และมองว่า ขยายแฟรนไชส์ จะทำให้รวยได้แน่ แต่ที่จริงแล้วจำเป็นหรือไม่ที่ต้องขายแฟรนไชส์ ? ทางเลือกทำธุรกิจมีหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบล้วนมีทั้งข้อดี-ข้อเสียด้วยกันทั้งสิ้นค่ะ แฟรนไชส์ก็เป็นเพียงหนึ่งในวิธีทางการตลาด ที่มีทั้งข้อดี-และข้อเสียเช่นกันค่ะ  แต่เราจะเลือกสร้างการเติบโตทางธุรกิจในรูปแบบใดนั้น ก็ขึ้นสินค้า-บริการ และนิสัยของผู้ประกอบการเองค่ะ ว่า แบบไหนจะเหมาะเจาะกันที่สุด

วันนี้ อยากจะชี้ให้เห็น 8 ทางเลือก เมื่อจะขยายกิจการค่ะ พร้อมทั้งวิเคราะห์ถึงข้อดี-ข้อเสียของแต่ละวิธี

1.การเป็นเจ้าของคนเดียว

เป็นเจ้าของคนเดียว ข้อดี- สบายใจค่ะ มีอิสระในการตัดสินใจเองได้ทุกๆเรื่อง รวยคนเดียว เวลาเจ๊ง ก็เจ๊งคนเดียวด้วยค่ะ แต่ทำไมหลายๆคนจึงไม่เลือกที่จะเป็นเจ้าของคนเดียวล่ะคะ ข้อเสีย- ก็เพราะข้อจำกัดเรื่องเงินทุนค่ะ ถ้าคุณฝันที่จะมีร้าน 100 สาขาขึ้นมามันเป็นไปไหมคะถ้าไม่มีตังค์ ? ยากค่ะ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องหาวิธีการอื่นๆ ที่จะช่วยสานฝันให้ธุรกิจคุณให้เติบโตและเป็นจริงขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ในชาตินี้ค่ะ

2.การร่วมลงทุน  หรือ การมีหุ้นส่วน

ข้อดี- การร่วมลงทุน หรือมีหุ้นส่วน หรือลงขันกันจัดตั้งบริษัท ทำให้ระดมทุนได้ง่ายขึ้น คุณอาจจะมีเงินก้อนโต ช่วยเพื่อผลักดันกิจการให้เป็นไปตามเป้าหมาย และการขยายกิจการได้สะดวกกว่า แต่ ข้อเสีย- ที่เกิดขึ้นบ่อยๆ  คือ ความขัดแย้งของหุ้นส่วนค่ะ แนวความคิดในการบริหารกิจการมักไม่ค่อยตรงกัน หรือเกิดความรู้สึกที่เปราะบาง แตกหักง่าย เช่น เกิดความคิดว่า ฉันคนทำมากได้น้อย หรือทำน้อยได้มาก หรือถ้ากิจการขาดทุนขึ้นมา ก็ซ้ำเติมกัน  อะไรหลายอย่างที่ทำให้กลายเป็นจุดจบค่ะ ซึ่ง บางที กิจการอาจกำลังไปได้สวย แต่ต้องมาจบลงเพราะปัญหาความขัดแย้งของหุ้นส่วนค่ะ

3.ขายตรง

ข้อดี-เชื่อมั๊ยว่า กิจการขายตรง เป็นธุรกิจที่ใหญ่กว่าแฟรนไชส์มาก หลายคนรวยเร็ว รวยไม่รู้เรื่อง รวยมาแบบงงๆ  ถ้าคุณอยากจะขายสินค้าให้ได้ปริมาณมากๆ ไปเร็วๆ  การเลือกเดินในรูปแบบขายตรง ก็อาจทำให้สมหวังได้ คือเน้นให้ผู้ใช้กลายมาเป็นผู้ขาย และขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง ได้อย่างรวดเร็ว แต่ ข้อเสีย- เพื่อนฝูง หรือ สังคมอาจแอนตี้ ไม่อยากคบหากับนักขายตรง และความเชื่อถือในธุรกิจรูปแบบนี้ก็อาจไม่สูงนัก

4.ขายไลเซ่นส์

 

ถ้าคุณผลิตสินค้าแก้วน้ำ กระเป๋า หมวก เสื้อผ้า แล้วคุณใส่ชื่อของคุณเองที่ไม่มีใครรู้จัก ก็จะขายยากใช่มั๊ยคะ แต่ถ้าคุณใส่ตราโดเรม่อน การ์ตูนฮีโร่ แบทแมน ซุปเปอร์แมน คิดตี้ หรือ ทีมฟุตบอลดัง หรือติดแบรนด์อินเตอร์ เช่น กีลาโรส แอร์โรว์ ไนกี้ ก็ทำให้สินค้าขายง่าย ขายคล่องขึ้นใช่มั๊ยคะ นี่คือรูปแบบของการ ให้สิทธิ์ในการติดยี่ห้อดังที่เรียกว่า ไลเซ่นส์ค่ะ ซึ่งเจ้าของแบรนด์ก็จะได้ประโยชน์จากเปอร์เซ็นต์ของยอดผลิตค่ะ  หรือบางทีก็มาในรูปแบบของตำราเรียน ที่มีการบวกค่าสิทธิ์เข้าไปแล้วกับหนังสือที่นักเรียนแต่ละคนใช้ค่ะ

ข้อดี- เป็นรูปแบบการให้สิทธิ์แบบไลเซ่นส์ก็ง่ายๆค่ะ มีการ การเก็บค่าตอบแทน คิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดผลิตสินค้า และควบคุมคุณภาพบางอย่างเท่านั้น แต่ ข้อเสีย- หรือข้อจำกัดก็คือ การให้ไลเซ่นส์ เจ้าของแบรนด์ก็ต้องลงทุนในการสร้างแบรนด์ให้ดังก่อนค่ะ จึงจะมีสิทธิ์ได้รับผลประโยชน์ตรงนั้น หรือ มีแฟนคลับกลุ่มที่ใหญ่พอ ที่ทำใหสินค้าที่ติดแบรนด์นั้นๆขายดีค่ะ และวิธีการของการให้ไลเซ่นส์มักจะจำกัดอยู่ในแวดวงของอุตสาหกรรมเป็นส่วนใหญ่ค่ะ

5.ตัวแทนจำหน่าย

ไม่เลวเลย ถ้าคุณจะเลือกการขยายธุรกิจด้วยการหาตัวแทนจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบมีหน้าร้าน หรือขายออนไลน์ก็ตาม ข้อดี- ของการเป็นตัวแทนจำหน่ายก็คือ ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องดูแลรับผิดชอบตัวแทนจำหน่าย การขายสินค้าไม่ได้มีเงื่อนไขผูกพันกันมาก แต่ ข้อเสีย- ที่ทำให้เจ้าของกิจการที่ทำในตัวแทนจำหน่าย อยากเปลี่ยนมาทำรูปแบบแฟรนไชส์ ก็เพราะ ต้องการควบคุม-ดูแลตัวแทนจำหน่ายมากขึ้น เพราะตัวแทนจำหน่ายมักจะขายสินค้าได้หลายยี่ห้อ และบางที ไม่เอาใจใส่สินค้า ดูแลสินค้าไม่ดี สินค้าเน่าเสีย หรือชำรุด ไม่สะอาด หรือให้บริการลูกค้าไม่ดีพอ หรือการจัดวางโชว์ ไม่สวย หรือจู่ก็ไปเน้นขายแต่สินค้าของคู่แข่ง เป็นต้น ทำให้ของเสียหาย หรือขายได้น้อย  และนี่แหละเป็นเหตุให้ผู้ขยายธุรกิจในรูปแบบตัวแทนอยากเปลี่ยนไปเป็นแฟรนไชส์กันค่ะ

6.ดีลเลอร์

ถ้าคุณนึกถึง ศูนย์ขายรถยนต์  หรือ ร้านโทรศัพท์ ที่เป็นแบรนด์ใหญ่ๆ เขามักจะขยายเครือข่ายในรูปแบบของดีลเลอร์ คือการให้สิทธิ์ขายสินค้า และเป็นศูนย์ตัวแทนแก่บริษัทอย่างครบวงจร ซึ่งบริษัทแม่ก็จะดูแลดีลเลอร์เป็นพิเศษมากหน่อย เช่นการตกแต่งร้าน สอนพนักงานให้มีความรู้เกี่ยวกับสินค้า และการบริการ การซ่อมแซม การขาย และอาจถึงขั้นสอนการบริหารจัดการกิจการด้วย เป็นต้น ข้อดี-ของการขายธุรกิจแบบดีลเลอร์ ก็คือ คู่ค้ามักขายสินค้าเฉพาะของบริษัทแม่ ไม่ค่อยมีสินค้าของคนอื่นมาปะปน และมีการดูแลผูกพันกันใกล้ชิด เพื่อช่วยกันสู่เป้าหมายการสร้างยอดขายร่วมกัน แต่ ข้อเสีย- ของระบบดีลเลอร์ก็คือ ภาระที่ต้องให้การดูแลช่วยเหลือคู่ค้าที่เป็นดีลเลอร์ในหลายๆด้าน ที่ต้องใช้ทุน และใช้บุคลากรมากมาย โดยที่ทางบริษัทเม่ไม่ได้รับยค่าตอบใดๆกลับมา  อาจมีเพียงเป้ายอดขายที่ตั้งไว้ชัดเจน ที่จะต้องไปให้ถึงค่ะ

7.ขายส่ง

โมเดล  การขายส่งก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งค่ะ ที่น่าสนใจเช่นกัน สำหรับผู้ที่มีศักภาพในการผลิตสูง ข้อดี- การขายส่งสินค้า ถ้าสินค้าของคุณโดนใจลูกค้า ก็ถือว่ามีโชคเลยค่ะ สินค้าบางอย่าง ขายส่งได้ยาวๆกินไปชั่วลูกชั่วหลานเลยค่ะ อยากเช่น น้ำปลา ซอส ถั่วโก๋แก่ สินค้าอุปโภค บริโภคทั่วไปน่ะคะ รูปแบบการค้าก็ง่ายๆ ซื้อมา ก็ขายไปค่ะ แต่ ข้อเสีย- ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆนะคะ ที่จะสร้างสินค้าที่โดนใจลูกค้าจำนวนมาก และสามมารถกระจายสินค้าไปได้ทั่ว อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะการได้จับคู่กับผู้ค้าปลีกรายใหญ่ที่มีอำนาจการขายมากมาย และที่สำคัญการผลิตเพื่อการขายส่ง ก็ต้องใช้เงินทุนมากมาย อีกทั้งมีความเสี่ยงสูง หากไม่ประสบความสำเร็จขึ้นมา

8.แฟรนไชส์

รูปแบบยอดนิยม ทำไม่ล่ะ? แฟรนไชส์จึงเป็นรูปแบบที่คนให้ความสนใจกันทั่วโลก ก็เพราะ ข้อดี- ของแฟรนไชส์ก็คือ การเปิดโอกาสให้กิจการเล็กๆ เติบโตได้อย่างรวดเร็ว คุณลองคิดดูซิว่า ถ้าคุณทำอาหารอร่อย หรือมีกิจการที่ไปได้ดี แต่ไม่มีเงินทุน คุณจะมีโอกาสขยายเป็นร้อยสาขาได้หรือไม่ แต่ถ้าทำแฟรนไชส์จะเป็นไปได้ค่ะ เพราะแฟรนไชส์เป็นระบบที่ ขยายกิจการ ด้วยเงินของผู้ที่มาซื้อแฟรนไชส์นี่คะ ผู้ที่มาซื้อแฟรนไชส์เป็นคนออกตังค์เปิดร้านเองค่ะ ผู้ขายแฟรนไชส์ เป็นเพียงผู้ขายโนว์ฮาว หรือ ขายความรู้ในการดำเนินกิจการ พร้อมช่วยเหลือในการเปิดร้านค่ะ ซึ่งจะได้รับค่าตอบแทนมาบางส่วน ที่เรียกว่าค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ค่ะ และความผูกพันระหว่างการเป็นคู่ค้ากันกันก็สูงมาก เหมือนคนที่แต่งงานกันเลยค่ะ ที่ต้องดูแลกันตลอดอายุของกิจการ ซึ่งทางบริษัทแม่ก็จะได้ค่าตอบแทนรายเดือนกลับมาเป็นรายได้ประจำ อาจเป็นเปอร์เซ็นของยอดขาย ที่เรียกว่า ค่า รอยัลตี้ ฟี ค่ะ นี่แหละความลงตัวของรูปแบบแฟรนไชส์ ที่แฟร์ ต่อทุกๆฝ่าย จึงทำให้วิธีการนี้ได้รับความนิยมทั่วโลกไงค่ะ

แต่ข้อเสีย-ของระบบแฟรนไชส์ก็มีหลายข้อเหมือนกันค่ะ คือ ถ้าคุณจะเลือกทำแฟรนไชส์ ต้องมีความรู้เรื่องแฟรนไชส์อย่างลึกซึ้งค่ะ ถ้าไม่รู้จริงแล้วทำแบบมั่วๆ ก็เจ๊งแน่ค่ะ และ ความรับผิดชอบต่อผู้ซื้อแฟรนไชส์ ก็ต่อเนื่องยาวนาน ต้องอยู่ดูแลกันไปตลอดชีวิตธุรกิจเลยค่ะ จะมีปัญหาที่ความคาดหวังระหว่างกันจะสูงมากกก  และความไม่ซื่อสัตย์ต่อกันจะเกิดปัญหาร้ายแรงตามมา นอกจากนี้คุณต้องเปิดเผยวิธีการทำธุรกิจให้คู่ค้าของคุณ ส่วนค่าตอบแทนที่จะได้รับกลับมาอาจจะไม่สูงนักเมื่อเปรียบเทียบกับสาขาที่คุณลงทุนเองเต็มร้อย

เห็นมั้ยล่ะคะ ทางเลือกในการขยายกิจการมีหลายรูปแบบค่ะ บอกไม่ได้เลยว่า วิธีไหนที่ดีกว่ากัน กิจการบางอย่าง อาจจะเหมาะกับการขายส่ง หรือบางอย่างเหมาะกับการหาคู่ค้าแบบตัวแทน หรือ ถ้าคุณไม่ชอบยุ่งกับใคร ชอบแบบง่ายๆ การเป็นเจ้าของคนเดียวก็น่าจะดีกว่า หรือ ถ้าคุณมองว่าแฟรนไชส์คือวิธีการที่ใช่ สำหรับคุณจริงๆ ก็เดินหน้าไปเลยค่ะ

ถ้าสนใจ อยากรู้เรื่อง การสร้างระบบแฟรนไชส์  สมาคมการค้า เอสเอ็มอี และ แฟรนไชส์ มีเปิดอบรมทุกปีค่ะ สำหรับปีนี้ 2561 จะเปิดอีกรอบในเดือนพฤศจิกายนค่ะ ต้องการสมัคร หรือ สอบถามเพิ่มเติม ติดต่อที่ โทรมือถือ หรือ คุยไลน์ 0863412973 หรือ สอบถามผ่านอีเมลล์ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. ค่ะ