AddToAny Buttons

 
คุณอยากจะทำกิจการ หรือ อยากเอาเงินไปทิ้ง ฟรีๆ?
 
ช่วงนี้ ตกงาน เพิ่มขึ้นทุกๆวัน รวมถึงเด็กที่จบมหาวิทยาลัยด้วย หลายคนต้องการหาเงินเลี้ยงตัวเอง แต่ไม่มั่นใจว่าจะทำอะไรดี?
ถ้าใครหางานใหม่ได้ ได้เงินแน่ๆทุกเดือน ก็ดีนะ แต่บางคนมีความคิดที่จะทำกิจการของตัวเอง แต่ก็กลัวเจ๊ง จะทำอย่างไรดี?
#SMEGuide มีข้อแนะนำ 7 ข้อ เป็นเจ้าของกิจการไม่เจ๊ง?
 
 
มีคำถามว่า ไม่มีทุนจะเริ่มทำธุรกิจได้ยังไง ที่จริงแล้วการได้เงินทุนมา ไม่ใช่ทรัพย์สินที่เรามีอยู่ แต่มาจากความน่าเชื่อถือของตัวคุณเองต่างหาก ถ้าคุณเป็นคนดี ขยันทำงาน ซื่อสัตย์ กตัญญู มีวินัยสูง ไม่เหลวไหล ตั้งใจทำอะไรแล้วทำจริง หรือ เป็นคนเรียนเก่ง เหล่านี้คือต้นทุนของคุณที่จะมีผู้ที่ใกล้ชิดให้การสนับสนุนอย่างแน่นอน เช่น พ่อ แม่ พี่น้อง ญาติผู้ใหญ่ เพื่อนสนิท หรือ คนรัก
การเอ่ยปาก ขอยืมเงิน กับคนรอบข้างที่เขาเห็น ความดีงาม ความตั้ง ใจของคุณ รับรองได้ว่า ไม่ยากเลย คุณอาจจะงง ๆ ด้วยซ้ำไป ว่าไม่มีใครปฏิเสธคุณเลยถ้าเขามี ทุกคนพร้อมให้การสนับสนุน ถ้าเขาช่วยได้ แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าคุณเคยมีวีรกรรมโหดๆ ร้ายๆ มาก่อน ไม่มีใครหนุนคุณแน่
ดังนั้น แหล่งที่มาของเงินทุนแล้ว ที่จริงมาจากเครดิต ความน่าเชื่อถือในตัวของคุณเองนั่นเอง แหล่งเงินทุนแรก นอกเหนือจาการสะสมของตัวคุณเองแล้ว คนรอบข้างที่ใกล้ชิดจะเป็นที่มาของเงินทุน ที่ง่ายกว่าและดีกว่าการกู้จากธนาคารเสียอีก เพราะผู้ที่ให้การสนับสนุนเหล่านั้น อาจไม่ได้ต้องการผลตอบแทน แต่อยากช่วยส่งเสริมคุณมากกว่า
 
 
ความคิดในการเริ่มกิจการของคุณคงฟุ้งมากมาย อยากจะแนะนำว่า คิดให้จบ บนกระดาษเสียก่อน โดยตอบคำถามทุกด้าน เพื่อหาความเป็นไปได้ในการทำธุรกิจ ตอบให้ครบจบในกระดาษให้เห็นภาพชัดเสียก่อน จะดีกว่า เช่น หาคำตอบว่า
-คอนเซ็ปธุรกิจคุณคืออะไร?
-การผลิต สินค้า-บริการ หรือ แหล่งซื้อสินค้า มีกระบวนการ ขั้นตอนอย่างไร ?
-ใครจะเป็นลูกค้า กลุ่มไหนแน่ จำนวนเท่าไร เขาอยู่ที่ไหน ทำไมจึงต้องมาซื้อคุณ ราคาขายเหมาะสมไหม
-วิธีการประชาสัมพันธ์ไปถึงลูกค้าทำอย่างไรบ้าง ลงรายละเอียดทั้งหมด
-ใครเป็นคนทำงาน กี่คน ทำหน้าที่อะไรบ้าง
-ที่สำคัญที่สุด เรื่องงบประมาณการลงทุน และประมาณการรายได้และค่าใช้จ่ายต่อเดือนคือเท่าไร เพื่อให้เห็นชัดๆ
-สถานที่ตั้งร้าน หรือ ที่ทำกิจการอยู่ที่ไหน
-ที่มาของรายได้จากอะไรบ้าง อย่างไร?
-คู่แข่ง มีเยอะไหม ต้องแย่งลูกค้าจากเจ้าตลาดมาได้อย่างไร ?
อย่างนี้เป็นต้น การตอบคำถามอย่างครบถ้วนในกระดาษ จะทำให้เกิดภาพเห็นได้ว่าโครงการที่คิดดูจะไปรอดหรือไม่
สิ่งที่คิด คงไม่ได้เป็นตามนี้ได้เป๊ะๆ แต่มันทำให้คุณได้คิดทบทวน สำรวจความเป็นไปได้รอบด้าน เพื่อทำให้เป็นจริงได้ดีกว่า และอีกอย่างการทำลงในกระดาษ พร้อมรูปประกอบ จะช่วยให้ผู้ที่สนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นคนใกล้ชิด หรือ สถาบันการเงิน เห็นภาพชัด เข้าใจโครงการของคุณ และเออ ออ กับคุณได้ง่ายขึ้นด้วย
 
 
หลายคนคิดว่าอยากจะทำอะไร ก็กระโดดลงไปทำเลย แต่จะชัวร์กว่าไหม? ถ้าคุณเห็นรายชื่อลูกค้าเป้าหมายก่อน หรือมีลูกค้าในมือเสียก่อน มีหลายคนออกจากที่ทำงานเดิม โดยดึงลูกค้าของที่ทำงานเก่ามาด้วย นี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเสมอ จะถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง แต่นี่เป็นเพียงตัวอย่างใช้อธิบายว่าการสร้างการตลาดล่วงหน้าคืออย่างไร
หรือ คุณลงมือสำรวจลูกค้า ในบริเวณที่จะเปิดร้าน พร้อมทั้งประกาศแจ้งให้คนในรแวกนั้นรับรู้ถึง 80% ก่อนจะเปิดร้าน พร้อมกับตั้งป้ายใหญ่ๆ ข้อความสั้นๆให้กลุ่มเป้าหมายรู้ก่อน และคุณควรใส่เบอร์ติดต่อไว้ เพื่อฟังกระแสตอบรับว่าคึกคักไหม เป็นต้น
หรือ ทำวิธีการอื่นๆ ที่จะทำให้คุณมั่นใจว่า เมื่อเปิดกิจการแล้วจะมีลูกค้ารู้ข่าว และเกิดความต้องการสินค้า-บริการของคุณ ไม่ใช่เปิดร้านขึ้นมาแล้วนั่งตบยุง ปัดแมลงวันรอลูกค้า
 
 
มีลูกคนรวยๆ ที่พ่อ-แม่ ยอมทุ่มเงินตามใจ ให้ลูกได้มีอะไรทำ ส่วนมากแล้วกลุ่มนี้จะมาแนวตกแต่ง อลังวังเว่อร์ แต่เมื่อทำร้าน สถานที่สวยๆ แต่กลับเงียบกริบไม่มีลูกค้า การทำกิจการน่าจะค่อยๆเติบโต ค่อยเป็นค่อยไปน่าจะแข็งแรงกว่า
ยกตัวอย่างเช่น มีกิจการรายหนึ่งตอนเริ่มต้น เขาเอาทุนมาจากเงินกดมาจากบัตรเครดิตหลายๆใบ มาเปิดร้านกาแฟและอาหาร ต่อมาเขาเห็นว่า ลูกค้าที่มาชอบสั่งเบียร์มากกว่ากาแฟ ในที่สุดเขากลายเป็นร้านที่เน้นขายเบียร์กับอาหารมากกว่า ต่อมาก็เติบโตขยายสาขาไปเรื่อยๆ จากความเข้าใจในพฤติกรรมลูกค้า กลุ่มของเขา
แต่ถ้าใครมีทุนพอ อาจจะไปซื้อกิจการที่มีฐานลูกค้าบ้างแล้ว นำมาปรับปรุงน่าจะเวิร์คกว่า
 
5. #สำรองเงิน 2-3 เท่า
 
ผู้ที่เริ่มต้นกิจการใหม่ๆ จะต้องตกหลุมพรางในเรื่องนี้ คาดผิด ใช้จ่ายจนหมดเพียงเดือนแรกเท่านั้น บ่อยครั้งที่มีการผิดคาดเรื่องรายได้ เพราะเจ้าของกิจการมือใหม่ มักจะฝันถึงยอดขายที่เข้ามาอย่างสวยหรูตามเป้า แต่ความจริงที่เกิดขึ้นเสมอคือ ยอดไม่เข้า ทำให้เกิดความวุ่นวายโกลาหล
ดังนั้น ถ้าคุณไม่ต้องการเจ๊ง คุณต้องสำรองเงินต่อเดือนอย่างน้อยให้พอใช้จ่าย ซัก 3-6 เดือนแรก จะให้คุณได้เรียนรู้งาน และปัญหาต่างๆ มีเงินสำรองพอแก้ไข ไปต่อได้ ไม่ให้เจอทางตัน
 
 
การเลือกอาชีพ ควรจะมาจากทักษะ หรืองานที่เรารัก น่าจะไปได้สวยกว่า มีคนจำนวนมากที่สุดเข้าสู่กิจการด้านอาหาร แต่ธุรกิจสายนี้ การแข่งขันดุเดือดจริงๆ ถ้าคุณไม่ใช่ตัวจริง เด่นจริง น่าจะไปยาก
คุณลองพิจารณาตัวคุณเองก่อนว่า คุณสนุกกับงานแบบไหน เช่น ชอบติดต่อผู้คน ชอบปลูกต้นไม้ ชอบทำความสะอาดบ้าน ชอบงานซ่อมแซม ชอบงานเขียน ชอบงานฝีมือ ชอบการบริการ หรืออื่นๆ เป็นต้น
การที่เราเลือกอาชีพ ได้ถูกกับนิสัยพื้นฐานของเราน่าจะดีกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งานด้านบริการต่างๆ ยังมีการแข่งขันน้อย ไม่ต้องลงทุนเยอะ ความต้องการมีสูงกว่า
ยกตัวอย่างเช่น งานบริการขนส่ง แกรบฟู้ด แกรบแท็กซี่ หรือ การส่งไปรษณีย์ เคอรี่ เป็นต้น เป็นธุรกิจบริการที่มีการเติบโตที่สูงมาก และยังมีช่องว่างให้เล่นอีกเยอะ เช่น รับส่ง ซื้อสินค้าในท้องถิ่นค่าบริการย่อมเยากว่า ,รับส่งเฉพาะสินค้าเกษตรทั่วประเทศ,รับส่งเฉพาะซักรีด,รับส่งผู้ส่งวัยไปโรงพยาบาล เป็นต้น
นี่เป็นตัวอย่างที่อยากให้คุณๆมอง ธุรกิจทางด้านบริการต่างๆ ที่แข่งขันน้อยกลุ่มลูกค้ามีเยอะกว่า และเป็นกิจการที่ไม่ต้องลงทุนวัตถุดิบที่เน่าเสีย เช่น บริการล้างรถที่บ้าน,บริการงานช่างต่างๆ,บริการสอนความรู้ที่คุณมี,บริการทำความสะอาด,บริการใหม่ๆ เช่น รับส่ง ดูแลผู้สูงวัยเป็นต้น
 
 
แน่นอน การทำกิจการต้องเจอปัญหาหนักๆหลายอย่าง เช่น เงินไม่พอจ่ายเงินเดือน ไม่พอจ่ายค่าเช่า หรือ ไม่มีลูกค้า คุณต้องไม่ท้อถอย วิญญาณของผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จนั้น ก็คือ การอดทน เก่งงงงงง ต่อปัญหาต่างๆ แต่มันจะดีมากเลย ถ้าคุณชอบ สนุกกับการแก้ปัญหา แก้เกมส์ที่เกิดขึ้น นั่นคือคุณใกล้บรรลุ การเป็นเจ้าของกิจการที่ประสบความสำเร็จแล้ว
คุณจำไว้ว่า คำตำหนิจากลูกค้า คือของดี ที่คุณจะนำมาใช้พัฒนากิจการให้ดียิ่งๆขึ้น แต่ถ้าคุณไม่รู้ หรือ ปฏิเสธปัญหา หรือโกรธเมื่อถูกวิจารณ์ คุณก็หมดโอกาสที่ปรับปรุงกิจการของคุณให้ก้าวหน้าได้
 
หวังว่า 7 ข้อแนะนำนี้ จะช่วยให้นักประกอบการรุ่นใหม่ ได้แนวคิดดีๆ ไปใช้และก้าวสู่ความสำเร็จได้ในที่สุดนะคะ